
เ พื่ อ สื บ ส า น ว ร ร ณ ศิ ล ป์ ไ ม่ สิ้ น ม น ต ร์
-
เกล็ดน้ำค้างพร่างพรมห่มแพรหญ้า
ระยิบตาพรายพราววับวาวไหว
รุ้งลออทอรักถักสายใย
งามจับใจฟากฟ้ายามอรุณ
-
ลมรำเพยดอกว่านผ่านลมหวน
หอมอบอวลนาสามากรุ่นกรุ่น
เหมือนแก้มนวลแนบชิดจิตละมุน
อิงอกอุ่นนอนพักตักเทวี
-
พบคนงามทรามวัยในสวนขวัญ
ต่างเสกสรรบทกลอนอักษรศรี
ดื่มน้ำหวานธารถ้อยร้อยวจี
ด้วยเสรีจินตนาแห่งอารมณ์
-
ฝากลำนำบรรเลงวังเวงแว่ว
เพียงแผ่วแผ่วหวานชื่นหายขื่นขม
ฟังเพลงกลอนอ้อนออดพลอดเอวกลม
หวังเชยชมกล่อมขวัญให้รัญจวน
-
คิดคำนึงถึงวันอันแสนสุข
ต้องมาทุกข์หวิวไหวใจปั่นป่วน
ไม่คาดคิดพิษรักจักเรรวน
เมื่อเธอด่วนร้างราพาร้าวราน
-
สายสวาทขาดตอนบทกลอนเศร้า
ใจสองเราถูกมีดกรีดประหาร
อยากจะกลับมาเยือนเหมือนวันวาร
เพื่อสืบสานวรรณศิลป์ไม่สิ้นมนตร์
-
เสกสรรค์ วรรณศิลป์
.