เมนูนี้...ที่ต้องลองฝนตกลงมาตอนเย็นๆ
ไปใหนไม่ได้... เซ็งชะมัด นั่งมองฝนแบบเบื่อๆ
"เฮ้.... มีของมาฝากเว้ย"
เสียงเพื่อนที่ทำงานตะโกนลั่นก่อนเดินขึ้นบันไดขึ้นมา
พร้อมกับของฝากในถุง
ทายสิครับพี่น้อง..
อากาศอย่างนี้น่าจะเป็นอะไรดี
อายุ ๓๕ ขาว ครับ
โธ่..เคยบ่อยซะที่ใหน
..งั้นตั้งวง.... กับแกล้มไม่มี...ทำไงดี
หันซ้ายแลขวาเจอเจ้านี่
รังผึ้งที่เหลืออยู่เมื่อเช้า ไม่มีใครสนใจ
เพราะว่ารังที่มีน้ำผึ้งพวกมันเอาไปกินหมดแล้ว
ทำอย่างไรจะเป็นกับแกล้มได้หล่ะ..

คนจะกินนี่ ต้องกินให้ได้
หาใบกล้วยมา..แทนใบตอง..ทำไมต้องเรียกใบตอง
เรื่องกล้วยนี่ยังวุ่นวายไม่จบ
แล้วดอกมันก็ดันไปเรียกหัวปลี
ต้นมันก็ดันไปเรียกว่าหยวก
อะไรกันนักหนา ภาษาไทย เฮ้อ..นอกเรื่องเลยเรา แฮ่ะๆ โทษที่

เอาใบกล้วยมาวางบนตะแกรง
เอารังผึ้งวางลงไป
เหยาะเกลือป่นลงไปกะว่าพอเค็มปะแล่มๆ
อ้อ..พริกไทยป่นลงไปหน่อยนึง
เอาขึ้นเตาถ่านเลยครับ
เดี๋ยวๆ ..ห่อรัง(ผึ้ง)ให้มิดชิดก่อนนะ..

ไฟกำลังดี พลิกไปพลิกมา ใช้เวลาประมาณ ๕ นาที

เสร็จแล้วเมนูเฉพาะกิจ....หอมจังนิ
เย้!...รังผึ้งปรุงรสย่างใบกล้วย
สูตรนี้ใช้ได้เลย แก้หิวได้แน่
ถามเรื่องรสชาดว่าเป็นอย่างไร ตอบได้เลยว่า รสแปลกๆพิกล
ไม่ค่อยเข้ากลุ่มกับแกล้มเท่าใหร่
มันๆจากตัวอ่อนของผึ้ง เค็มๆและหอมพริกไทย

ชีวิตลูกทุ่งมันเป็นเช่นนี้แล
กินง่าย เมาก็ง่าย
แต่เวลาหลับมันหลับยากจัง
เหมือนมีลูกไก่ทั่งครอกเข้าไปอยู่ในหัว
ทรมานสุดๆ...
แต่ก็ต้องกินครับ ขืนสะเออะไปกินเบียร์ตอนเพื่อนเลี้ยงเหล้า
เป็นการเสียมารยาทเป็นอย่างยิ่ง
ผลปรากฎว่าหลังจากกินเมนูเด็ดเข้าไปพอสมควร
พอถึงบ้านทั้งของเก่าของใหม่พร้อมใจกันออกมากันหมดไม่เหลือหลอ
หมาที่บ้านเดินออกมาเมียงมองแล้วส่ายหน้าเดินกลับไปนอนไม่เหลียวหลัง
...
โธ่...มันจะไปรู้อะไร

..